แผ่นน้ำแข็งละลายที่แอนตาร์กติกา ภัยเงียบที่เราไม่รู้ตัว

Antarctic Ice Sheet

ทวีปแอนตาร์กติกา เป็นทวีปที่อยู่ห่างไกลกับเรามาก แถมเป็นทวีปน้ำแข็งอีกด้วยสิ่งมีชีวิตก็มีเพียงน้อยนิดเนื่องจากอุณหภูมิติดลบ แต่ 10 ปีหลังมานี้ทวีปอันแสนห่างไกลนี้กำลังได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนจนทำให้ความเปลี่ยนแปลงของแอนตาร์กติกา จะเปลี่ยนเป็นภัยเงียบจนทำให้โลกระส่ำโดยไม่รู้ตัว แผ่นน้ำแข็งละลายไปเท่าไร แม้ว่าแผ่นน้ำแข็งในทวีปแอนตาร์กติกา จะมีการละลายอยู่ทุกวัน แต่การละลายส่วนใหญ่แล้วมันก็อยู่ในปริมาณที่พอเหมาะอยู่แล้ว เรียกได้ว่าสมดุลแล้วไม่ทำลายธรรมชาติ แต่ว่าจากการสำรวจในรอบหลายปีหลังบ่งบอกว่าปริมาณแผ่นน้ำแข็งที่ละลายไปแล้วนั้นมีมากถึง 3 ล้านล้านตัน ปริมาณขนาดนี้สามารถสร้างความกังวลใจให้กับนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ ที่ศึกษา สำรวจพื้นที่ทวีปนี้ได้อย่างมากทีเดียว ความเร็วอันตรายกว่าปริมาณ เรื่องของปริมาณน้ำแข็งละลายว่าน่ากลัวแล้ว แต่เอาเข้าจริงสิ่งที่น่ากลัวของเรื่องนี้กลับเป็นเรื่องของความเร็วมากกว่า ยิ่งน้ำแข็งละลายเร็วเท่าไรนั่นหมายความว่า โลกของเรากำลังประสบปัญหาภาวะโลกร้อนมากขึ้นเท่านั้น ข่าวร้ายคือช่วง 5 ปีหลังสุดน้ำแข็งบนทวีปแอนตาร์กติกานั้นละลายเร็วกว่าเดิมถึง 3 เท่าทีเดียวนั่นเป็นสัญญาณอันตรายบ่งบอกว่าตอนนี้โลกของเรากำลังวิกฤติจากภาวะโลกร้อนแล้ว หากอนาคตอันใกล้น้ำแข็งละลายเร็วกว่าเดิมอีก จาก 3 เท่าเป็น 5 เท่ามันจะอันตรายขนาดไหน น้ำทะเลเพิ่มขึ้น เมื่อน้ำแข็งละลาย น้ำก็จะไปเพิ่มขึ้นในมหาสมุทร จากนั้นก็จะเพิ่มขึ้นในทะเลตามลำดับ ยิ่งน้ำแข็งละลายมาเร็วแบบนี้ นั่นทำให้มหาสมุทร และทะเล มีปริมาณน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนทำให้ประชากรในหลายพื้นที่ปรับตัวไม่ทัน นักวิทยาศาสตร์ได้คำนวณเอาไว้ว่า การละลายแผ่นน้ำแข็งทำให้น้ำในมหาสมุทร และน้ำทะเลสูงขึ้นถึง 7 มิลลิเมตรเป็นอย่างน้อย เราอาจจะคิดว่า 7 […]

โลกร้อนจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อการเกษตรบ้าง

How can climate change affect agriculture

ภาวะโลกร้อนจัดว่าเป็นภัยเงียบที่กำลังทำลายโลกอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าหลายคนอาจจะไม่รู้หรือรู้แต่ทำเป็นไม่สนใจก็ตาม ภาวะโลกร้อนหากปล่อยให้เกิดขึ้นต่อไปจะกระทบต่อสิ่งมีชีวิตต่อเนื่องกันเป็นแบบลูกโซ่อย่างช่วยไม่ได้เลย การเกษตรเองก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่โดนผลกระทบจากภาวะโลกร้อนไปด้วยมาดูกันว่ามีผลกระทบแบบไหนบ้าง ปรากฏการณ์แปรปรวน เมื่อความรุนแรงของภาวะโลกร้อนทำได้มากขึ้น ก็จะทำให้เกิดปรากฏการณ์ด้านสภาพอากาศแปรปรวนขึ้นด้วย ปรากฏการณ์ที่ทำให้การเกษตรต้องปรับตัวอย่างมากนั่นคือ ปรากฏการณ์เอลนินโญ่ ซึ่งเราจะเจอเหตุการณ์แห้งแล้งในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลามไปถึงออสเตรเลียด้วย แห้งแล้งจนทำให้เกิดไฟป่าได้เลย รวมถึงพืชพรรณก็ตายเนื่องจากร้อนแล้งเกินกว่าจะเกิดได้ รวมถึงอีกหนึ่งปรากฏการณ์ชื่อว่า ลานิญา อันนี้จะกลับกัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะฝนตกหนัก จนทำให้เกิดน้ำท่วมสูง การเกษตรทำไม่ได้ ภาวะน้ำทะเลหนุนสูง อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ส่งผลต่อด้านการเกษตรโดยตรงนั่นคือ น้ำทะเลหนุนสูง ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่าภาวะโลกร้อนส่งผลต่อธารน้ำแข็งขั้วโลกเหนือในละลายเร็วขึ้น เมื่อธารน้ำแข็งละลายก็จะทำให้น้ำทะเลมีปริมาณมากขึ้น เมื่อมากขึ้นมันก็จะเออล้นเข้ามา นั่นทำให้เราต้องใช้น้ำผลักดันออกไป แต่ถ้าผลักไม่ได้ก็จะทำให้ไร่นา รวมถึงบ้านเรือนท่วมได้ โลกร้อนขึ้นน้ำน้อยลง การทำการเกษตรนั้น น้ำจัดว่าเป็นปัจจัยหลักสำคัญอย่างมาก หากไม่มีน้ำ จะปลูกอะไรก็คงจะเกิดขึ้นได้ยากมาก ภาวะโลกร้อนกำลังจะทำให้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงได้ ผลกระทบสำคัญอย่างหนึ่งคือ น้ำกำลังจะลดลงอย่างน้อย 5-10% ซึ่งการลดลงในปริมาณดังกล่าวนั้น อาจจะทำให้มีน้ำสำหรับการเกษตรไม่เพียงพอ ไม่เท่านั้นน้ำลดลงยังส่งผลต่ออุณหภูมิและความชื้นในดินด้วย ระบบนิเวศน์เปลี่ยนแปลง ภาวะโลกร้อนส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อระบบนิเวศน์อย่างช่วยไม่ได้ ความร้อนอันรุนแรง หรือ ภาวะฝนตกชุกอย่างรุนแรง อาจจะทำให้ระบบนิเวศน์บางพื้นที่ หรือ บางกลุ่มนั้น ถูกทำลายได้ หากระบบนิเวศน์ถูกทำลายแล้วจะทำให้สิ่งมีชีวิตบางสายพันธุ์อยู่ไม่ได้ […]